หมู่บ้านม่อนเขาแก้ว

ศักยภาพหมู่บ้าน : หมู่บ้านม่อนเขาแก้ว

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

หมู่บ้านม่อนเขาแก้วนี้แต่เดิมในบริเวณหมู่บ้านมีภูเขาลูกเล็กหรือที่ภาษาถิ่นเรียกว่า “ม่อน” ซึ่งทุกวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา ชาวบ้านจะเห็นลูกแก้วลอยออกมาจากบริเวณม่อน จนเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านจึงมีความเห็นพ้องต้องกันว่าน่าจะย้ายวัดจากข้างล่างไปสร้างบนม่อน ก็เลยตั้งชื่อว่า “วัดม่อนเขาแก้ว” ซึ่งม่อนก็แปลว่า เขา ความหมายก็คือ เขาที่มีลูกแก้วอยู่นั่นเอง จากนั้นชาวบ้านจึงตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อวัด เป็น “บ้านม่อนเขาแก้ว”
 
หมู่บ้านม่อนเขาแก้วนั้นมีตำนานเล่าขานกันมาตั้งแต่อดีตว่า มีฤาษีตนหนึ่งบำเพ็ญพรตอยู่บริเวณ วัดม่อนพญาแช่ ฤาษีตนนี้อยากกลับมามีรูปลักษณ์เป็นหนุ่มอีกครั้ง จึงให้ลูกศิษย์จัดเตรียมขั้นตอนกระบวนการต่างๆเพื่อชุบตัวของฤาษี แต่เกิดความผิดพลาดของขั้นตอนหรือกระบวนการในการชุบตัว ทำให้ฤาษีที่ลงไปแช่ในหม้อยานั้น กลายเป็นของเหลวในอ่างชุบตัวที่เต็มไปด้วยน้ำมนต์ต่างๆ ด้วยความ ที่ลูกศิษย์กลัวความผิดที่ทำให้ฤาษีสาบสูญ จึงโยนอ่างชุบตัวหรือหม้อยาที่ฤาษีลงไปชุบตัวลงเหว ทำให้น้ำยาที่เทลงมานั้นแตกกระจายเป็นเส้นสายต่างๆ ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่า เส้นสายที่แตกกระจายนั้นกลายมาเป็นสายน้ำในปัจจุบันไหลมาสู่หมู่บ้าน สายน้ำที่ไหลมานั้นชาวบ้านเรียกว่า “ห้วยโจ้” ซึ่ง ห้วยหมายความว่าแม่น้ำหรือลำน้ำ และโจ้หมายถึงการโยน ความหมายรวมของคำว่าห้วยโจ้จึงหมายถึง ลำน้ำที่เกิดจากการโยนบางสิ่งบางอย่างลงมา ต่อมาน้ำยาที่ถูกผสมรวมกับร่างของฤาษีนั้นไหลไปตาม สายต่างๆ น้ำที่ไหลมานั้นซึมแทรกลงตามผิวดินทำให้ดินเหล่านั้นกลายเป็นดินโป่ง (แปลว่า ดินที่สามารถงอกขึ้นมาเพิ่มใหม่ได้โดยไม่มีวันหมดไม่ว่าจะขุดออกไปใช้มากเท่าใดก็ตาม) 
อีกตำนานหนึ่งเล่าว่าพระฤาษีต้องการทำพิธีเพื่อต่ออายุของตน แต่ระหว่างการทำพิธีโดนขัดขวางทำให้ไม่สามารถทำพิธีได้สำเร็จ ฤาษีจึงเสียชีวิตและเลือดของฤาษีได้ไหลลงสู่พื้นดิน แล้วทำให้ดินในบริเวณหมู่บ้านม่อนเขาแก้วกลายเป็นดินโป่งด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระฤาษี 
 
ในอดีตชาวม่อนเขาแก้วมีการใช้ดินโป่งที่มีคุณสมบัติทนไฟมาใช้การทำเครื่องปั้นดินเผา บรรพบุรุษของชาวม่อนเขาแก้วยังได้คิดค้นกระบวนการหมักและผสมดินที่มีคุณสมบัติที่ดีในการขึ้นรูปและสามารถปั้นเป็นข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นภาชนะที่เรียกว่าหม้อสาว หม้อน้ำ หม้อแกง และหม้อต่อม ชาวม่อนเขาแก้วได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน 
 
ชาวม่อนเขาแก้วมีอาชีพหลักในการทำนา เมื่อเว้นว่างจากการทำนา ก็จะทำเครื่องปั้นดินเผา ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน ในอดีตนั้นมีรูปแบบของเครื่องปั้นดินเผาคือ หม้อนึ่ง หม้อแกง หม้อสาว หม้อน้ำ ซึ่งการปั้นแบบโบราณเป็นการปั้นแบบไม่มีลวดลาย ไม่มีการดัดทรงหรือการขึ้นรูปของเครื่องปั้นให้มีรูปลักษณ์โค้งเว้ามากนัก นั่นหมายความว่าเครื่องปั้นมีลักษณะที่ขึ้นรูปอย่างง่ายดาย ในยุคสมัยต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆ เนื่องจากมีลูกค้าสนใจในผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ลูกค้าได้นำรูปแบบของเครื่องปั้นดินเผาใหม่ๆที่ลูกค้าอยากได้มาให้ชาวบ้านทำ ทำให้ชาวบ้านได้พัฒนารูปแบบของเครื่องปั้นดินเผาของหมู่บ้านด้วย รูปแบบเครื่องปั้นดินเผาที่ลูกค้านำมาเสนอนั้น ชาวบ้านม่อนเขาแก้วสามารถทำได้ทุกรูปแบบเนื่องจากมีการใช้พื้นฐานของการขึ้นรูปที่เหมือนกันกับในอดีต แต่ชาวบ้านก็มีข้อจำกัดในการทำคือจะไม่ทำเครื่องปั้นดินเผาที่มีขนาดใหญ่เกินไป เนื่องจากในกระบวนการเผา ไม่สามารถทำได้ ซึ่งหม้อจะแตกร้าว จากการที่ลูกค้านำรูปแบบต่างๆมานำเสนอนั้น ทำให้ชาวบ้านมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ต่อมามีการนำอุปกรณ์ต่างๆเข้ามาประยุกต์ เช่น เครื่องมือในการทำลายที่มีลักษณะเป็นไม้ลูกกลิ้งสลักลาย เครื่องจิ๊กเกอร์ (Jigger) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการขึ้นหม้อ ทำเครื่องปั้นดินเผาจำพวกหม้อ กระถางและเตาอั้งโล่ (เตาที่ใช้ก่อไฟเพื่อทำอาหาร) 
 
การพัฒนาของงานเครื่องปั้นดินเผาของหมู่บ้านม่อนเขาแก้วนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นการให้รูปแบบ มาของลูกค้า ซึ่งชาวบ้านก็มีการทำตามแบบนั้น นอกจากนั้นยังพัฒนามาเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่สามารถใช้ในการตกแต่งสวนหรืออาคาร เช่น หม้อที่ใช้ใส่ต้นไม้ กระถางต้นไม้ อ่างปลา น้ำพุ น้ำล้น และตุ๊กตาต่างๆ ในระยะการเปลี่ยนต่อช่วงบรรพบุรุษที่สืบทอดมานั้นไม่มีการขาดหายของช่างฝีมือ มีแต่การเพิ่มขึ้นของสมาชิกและช่างฝีมือขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการเพิ่มเหล่านี้คือการสอนกันเองในหมู่บ้าน มีการเรียนรู้กันเองในหมู่บ้าน นอกจากนั้นยังมีกลุ่มองค์กรราชการต่างๆมาให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งลวดลายใหม่ๆด้วยลูกกลิ้ง ซึ่งลายของลูกกลิ้งนั้นส่วนมากเป็นลายโบราณของสุโขทัย และการขึ้นรูปของเครื่องปั้นดินเผาแบบใหม่ 
 
กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาม่อนเขาแก้วถูกจัดตั้งขึ้นโดยศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผาจังหวัดลำปางเข้ามาให้การสนับสนุนเงินทุนเพื่อก่อตั้งกลุ่มขึ้น ซึ่งจัดตั้งกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาขึ้นในปี 2542 โดยมีนางสาวลัดดา ก๋าคำ เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งได้รับการพัฒนาฝีมือและผลิตภัณฑ์จากศูนย์อุตสาหกรรมพัฒนาเครื่องเคลือบดินเผาภาคเหนือ ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรีภาคเหนือ สมาชิกแรกเริ่มมี 10 คนการจัดตั้งกลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาม่อนเขาแก้วนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้ที่สะดวกยิ่งขึ้นแก่ชุมชน มีการนำลวดลายใหม่เข้ามาให้ชาวบ้านประยุกต์ เช่น ลายน้ำตก ลายน้ำพุ ลายอ่างบัว รูปแบบใหม่ๆและมีการนำฐานในการขึ้นรูปที่มีลักษณะเป็นแท่นเหล็กเข้ามาประกอบการทำเครื่องปั้นดินเผาทำให้การขึ้นรูปเครื่องปั้นทำได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นการเข้ามาสนับสนุนของศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผาจังหวัดลำปางนั้นก็เพื่อจัดระบบระเบียบของกลุ่มให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เนื่องจากชาวบ้านมีลวดลายหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้มีผู้สนใจในผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผามากขึ้น ในช่วงเวลาต่อมา นายประเวท หมีบุรุษ ได้เห็นว่าเมื่อมีการสั่งสินค้าจากลูกค้าในจำนวนมาก จึงคิดว่าถ้ากระจายยอดการทำเครื่องปั้นดินเผาให้แก่ชาวบ้านแล้วจะก่อให้เกิดรายได้แก่ชาวบ้านได้อย่างทั่วถึง เขาจึงรวบรวมสมาชิกกลุ่มอีกครั้ง ซึ่งรวบรวมได้ทั้งหมดประมาณ 110 คน ซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิงและทุกคนคนสามารถทำเครื่องปั้นดินเผา มีการเปลี่ยนแปลงของชุมชนในด้านต่าง ๆ คือ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมและสั่งสินค้า มีผู้ค้าคนกลางเข้ามาสั่งทำในจำนวนมาก มีนักเรียนนักศึกษาเข้ามาเรียนรู้การทำเครื่องปั้นดินเผาของหมู่บ้าน ซึ่งทำให้รายได้ของคนในชุมชนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นที่เข้ามานั่นคือมหาวิทยาลัยศิลปากรทางมหาวิทยาลัยได้เข้ามาให้ความรู้รูปแบบใหม่ เช่น ตุ๊กตาชาวบ้าน แต่ชาวม่อนเขาแก้วไม่สามารถทำได้ เนื่องจากรูปแบบใหม่มีความละเอียดอ่อนมากเกินไป นอกจากนั้นสมาชิกในกลุ่มหัตถกรรมยังได้ออกไปศึกษาดูงานในสถานที่ต่างๆ อาทิเช่น จังหวัดสุโขทัย เกาะเกร็ด งานมหกรรมเครื่องปั้นดินเผาหรือการพัฒนาสินค้าโอทอปต่างๆ ซึ่งทำให้สมาชิกได้เรียนรู้รูปแบบใหม่ๆลายใหม่ๆได้มากขึ้นและสามารถนำมาพัฒนารูปแบบเครื่องปั้นดินเผาได้มากขึ้น 
 
ปัจจุบันมีสมาชิกที่สามารถผลิตเครื่องปั้นดินเผาได้ 80 ครัวเรือน ซึ่งหนึ่งครัวเรือนอาจมีผู้ผลิตได้หลายคน ทุกครัวเรือนจะมีลานเผาเป็นของตัวเอง ทำเองเผาเอง ในปัจจุบัน ส่วนมากพ่อค้าจะมาสั่งผลิตตามครัวเรือนแล้วแต่ว่าพ่อค้าจะสั่งบ้านไหนครัวเรือนไหนในจำนวนเท่าไหร่ ลักษณะการดำเนินงานภายในกลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาม่อนเขาแก้วนั้นมีการแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ ได้แก่ กลุ่มสินค้าโอทอปใหญ่คือ ทำเครื่องปั้นทุกบ้าน กลุ่มหม้ออบไก่จะผลิตพวกหม้อต่างๆ กลุ่มท่องเที่ยวคือจะทำโฮมเสตย์เพื่อเป็น แหล่งท่องเที่ยว กลุ่มมหาวิทยาลัยจัดตั้งให้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลซึ่งเป็นกลุ่มผลิตโอ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านม่อนเขาแก้ว วิสัยทัศน์ของกลุ่มหัตถกรรมของหมู่บ้านคือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น การปั้นหม้อดิน บ้านม่อนเขาแก้ว ซึ่งมีเอกลักษณ์คือการขึ้นรูปด้วยมือในการปั้นเครื่องปั้นดินเผา การทำเครื่องปั้นดินเผาที่ถูกสืบทอดมานั้นถูกผสมผสานแนวคิดและรูปแบบของเครื่องปั้นดินเผาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ชาวบ้านได้นำรูปแบบอื่นมาประยุกต์กับรูปแบบเดิมที่มีอยู่ โดยรูปแบบที่ได้มานั้นมาจากการไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ เช่น มีการดัดแปลงจากหม้อน้ำไปเป็นหม้อตกแต่งแทน การดัดแปลงหม้อต่อมไปเป็นหม้อต้มสมุนไพร เป็นต้น การประยุกต์และดัดแปลงต่างๆนี้ ทำให้หมู่บ้านม่อนเขาแก้วได้รับรางวัลหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่นในปี 2545 จากมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในด้านของการออกแบบลวดลาย และมีฝีมือการปั้นเครื่องปั้นดินเผาอย่างประณีต โดยเครื่องปั้นดินเผามีความหลากหลายของรูปทรงและขนาด เครื่องปั้นดินเผาที่มีความแตกต่างกันนั้นเนื่องจากลักษณะของการรวมกลุ่ม รายครัวเรือน ซึ่งมีการดำเนินการผลิตหรือ ปั้นเครื่องปั้นดินเผาที่ไม่เหมือนกัน การพัฒนารูปแบบของเครื่องปั้นดินเผาหรือผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผานี้มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์สินค้าหัตถกรรม สร้างความหลากหลายให้กับรูปแบบของผลิตภัณฑ์และกลุ่มของผู้บริโภคเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กว้างขวางมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตมีรายได้จากการทำเครื่องปั้นดินเผามากขึ้น กลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นนี้จะไม่มีการจ้างแรงงานของเครือเรือนที่เพิ่มขึ้นในกรณีที่มีการสั่งสินค้าในจำนวนมาก เนื่องจากการจ้างแรงงานหรือผู้ผลิตมากขึ้นนั้นจะทำให้สินค้าไม่มีมาตรฐาน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนได้ ชาวบ้านจะผลิตในปริมาณที่สามารถผลิตได้ ซึ่งชาวบ้านจะใช้เวลาว่างจากการทำนามาทำเครื่องปั้นดินเผา โดยการสั่งทำของผู้ค้าทุกครั้งต้องมีการเจรจาและกำหนดเวลารับสินค้ากันกับผู้ผลิตหรือชาวบ้านด้วย ซึ่งผู้ผลิตก็เป็นคนในพื้นที่ทั้งหมด 
 
การทำเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านม่อนเขาแก้วยังคงกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมไว้ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการผสมดิน การทำฐาน การขึ้นรูปและการเผา แต่ชาวบ้านบางครัวเรือนก็มีการประยุกต์การขึ้นรูปโดยใช้เครื่องรีดดิน มีการใช้เครื่องจิ๊กเกอร์ซึ่งมีลักษณะคล้ายแม่พิมพ์ในการผ่อนแรงการผลิตด้วย จากการใช้เครื่องจักรมาประยุกต์ใช้นั้นจะทำให้ชาวบ้านผลิตได้ในจำนวนที่มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เครื่องจิ๊กเกอร์ในการขึ้นรูปทรงนั้นจะเป็นเครื่องปั้นประเภทกระถาง นอกจากนั้นยังได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงทางด้านรูปแบบต่างๆ ได้แก่ กระถางต้นไม้ ผลิตภัณฑ์จำพวก อ่างบัว ชุดน้ำพุ น้ำล้น หม้ออบไก่ และผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งรวมรูปปั้นคนและสัตว์ต่างๆ จากการที่หน่วยงานพัฒนาชุมชน เทศบาลตำบลพิชัย เข้ามาช่วยเหลือและพัฒนาในเรื่องของกรรมวิธีการผลิตนั้น ซึ่งเอาเครื่องมือเข้ามาช่วยในการเพิ่มผลผลิตนั่นคือ ฐานรองปั้นที่มีลักษณะเป็นเหล็กและหมุนได้ ทำให้ชาวบ้านขึ้นรูปได้อย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านการพัฒนาทำให้เกิดรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีการร่วมมือของชาวบ้านม่อนเขาแก้วและหน่วยงานแล้ว ทำให้มีคนสนใจและเข้ามาซื้อถึงในหมู่บ้าน ปัจจุบันกลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาม่อนเขาแก้วเน้นการผลิตผลิตภัณฑ์ในลักษณะที่เป็นหม้อและของตกแต่ง ได้แก่ หม้ออบไก่ น้ำพุร้อน และสัตว์ตกแต่งต่างๆ เพื่อการตกแต่งบ้านเรือน ตกแต่งสวน ผลิตภัณฑ์ประเภทอโรมาเทอราปี (Aroma therapy) ซึ่งกำลังได้รับความนิยม จำพวก เทียนหอม และตะเกียงน้ำมันหอม เป็นต้น


กลับหน้าเดิม กลับขึ้นด้านบน