หมู่บ้านป่าตาล

ศักยภาพหมู่บ้าน : หมู่บ้านป่าตาล

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

อาชีพการทำเครื่องปั้นดินเผาของชาวชุมชนบ้านป่าตาลนั้นได้รับการสืบทอดมานานกว่า 100 ปี ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษที่ได้ย้ายที่ตั้งมาจากบ้านห่างแสงลาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านขวัญเวียงในปัจจุบัน โดยในอดีตบรรพบุรุษของชาวหมู่บ้านป่าตาลมีอาชีพทำไร่ทำนา เมื่อมีเวลาว่างชาวหมู่บ้านจะไปขุดดินเหนียวจากหัวไร่ปลายนาขึ้นมาปั้นเป็นเครื่องปั้นดินเผาในรูปของ อิฐมอญ คนโท แจกัน และกระปุกออมสิน แต่ยังไม่ได้ปั้นเป็นตุ๊กตาดินเผาดินยิ้มอย่างเช่นในปัจจุบัน
 
รอยยิ้มของแม่อุ๊ยฟองปรากฏขึ้นในทันทีเมื่อกล่าวถึงเรื่องราวในอดีต แม่อุ๊ยฟอง ชาวชุมชนบ้านป่าตาลแต่กำเนิด ผู้ซึ่งมีอายุเกือบ 83 ปี ได้เล่าให้ฟังว่าในอดีตนั้นมีการสืบทอดการทำอิฐมอญมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า ส่วนตัวแม่อุ๊ยฟองนั้นมีความชอบในด้านการปั้นดิน จึงได้ไปดูการปั้นออมสินและน้ำต้นจากยายตุ๋ยซึ่งอยู่ต่างหมู่บ้าน และกลับมาทดลองทำตามจนได้เป็นออมสินและน้ำต้นส่งขายในราคา 10 ลูก 8 บาท แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป วัตถุดิบในการผลิตน้ำต้นก็หายากขึ้น ประกอบกับความนิยมในกระปุกออมสินดินเผาก็ลดลง ทำให้ทั้งน้ำต้นและกระปุกออมสินดินเผาค่อย ๆ หายไปจากบ้านป่าตาล มีเพียงการทำ อิฐมอญเท่านั้นที่ยังคงเหลือให้เห็นได้ในปัจจุบัน
 
ในประมาณปี พ.ศ.2537 นายดุษฎี รักมณี นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เข้ามาศึกษาวิธีการทำเครื่องปั้นดินเผาในชุมชนบ้านป่าตาลด้วยความสนใจจนได้เข้ามาเช่าบ้านเพื่ออาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ในระยะหนึ่ง ด้วยความเป็นศิลปินของเขา จึงได้นำเอาศิลปหัตถกรรมเข้ามาเสริมทำให้ เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งมีความสร้างสรรค์และแตกต่างไปจากเครื่องปั้นดินเผาแบบเดิม ๆ ที่คนในหมู่บ้านได้ทำกันอยู่ โดยเขาได้ปั้นเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นช้าง หมู หรือสัตว์ในจินตนาการ ทำให้แม่อุ๊ยฟอง ผู้ซึ่งมีความสนใจในงานปั้นดินเป็นทุนเดิมได้ไปเห็นและชื่นชอบจึงไปขอหัดปั้น โดยในขณะนั้นการ ปั้นตุ๊กตาสัตว์ยังไม่เป็นที่สนใจของชาวชุมชนป่าตาลนัก แม่อุ๊ยฟองได้ปั้นดินเป็นรูปช้างและหมูแล้ว นำออกมาวางขายในราคาตัวละ 20 – 30 บาท เป็นที่ชื่นชอบแก่ชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวชุมชนป่าตาลคนอื่นเริ่มสนใจและหันมาปั้นตุ๊กตาดินเผามากขึ้น
 
กลิ่นควันจากการเผาตุ๊กตาเริ่มเด่นชัดขึ้นพร้อม ๆ กับรอยยิ้มของชาวชุมชนบ้านป่าตาล เนื่องจากความคิดในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่นี้ได้แพร่หลายไปยังสมาชิกในชุมชน ในช่วงแรกงานปั้นจากบ้านป่าตาลจะเป็นเพียงตุ๊กตาเด็ก หรือสัตว์ประเภทต่าง ๆ เท่านั้น จนกระทั่งคุณธนพล สายธรรม ได้มีความคิดว่าอยากจะทำให้ตุ๊กตาดินเผานั้นสามารถสื่อความหมายของมิตรไมตรีได้ เขาจึงได้เริ่มแต่งแต้มรอยยิ้มและเติมฟันสองซี่ให้กับตุ๊กตาเด็ก เพราะรอยยิ้มเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมิตรและความ มีชีวิตชีวาจากตุ๊กตาเด็กธรรมดา ๆ จึงกลายเป็นตุ๊กตาเด็กยิ้ม หลังจากนั้นคุณถวิล ปะมาละ ก็ได้เติมรอยยิ้มให้กับตุ๊กตาหมู จนกลายเป็นตุ๊กตาหมูยิ้มตัวแรกของหมู่บ้าน ก่อนที่รอยยิ้มนี้จะแพร่ขยายไปในงานปั้นของชาวชุมชนบ้านป่าตาลจนกลายเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนป่าตาลจนถึงปัจจุบัน
 
คนในหมู่บ้านป่าตาลได้นำแนวคิดการปั้นตุ๊กตาที่มีรอยยิ้มนี้ไปผสมผสานกับรูปแบบการปั้นแบบเดิมที่เคยทำมา และสร้างสรรค์งานปั้นดินเผาในแบบที่ตนถนัด ทำให้เกิดงานปั้นในรูปแบบใหม่ ที่แตกต่างหลากหลายขึ้นภายในหมู่บ้านตามความชอบของผู้สร้างสรรค์ชิ้นงาน เช่น ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ประติมากรรมจักสานและตุ๊กตาดินเผารูปเด็กไทยและรูปสัตว์นานาชนิด เป็นต้น โดยงานปั้นของบ้าน ป่าตาลจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กล่าวคือตุ๊กตาดินเผาทุกตัวจะมีรอยยิ้มซึ่งเกิดจากความพิถีพิถันละเมียดละไมในการปั้นผสมกับความจริงใจที่อยากให้ผู้ที่ได้พบเห็นมีความสุข นับเป็นการส่งต่อความสุขใจ ไมตรีจิต ความเอื้ออาทร ความเป็นมิตรและกำลังใจ จากผู้ปั้นไปยังผู้ที่ได้พบเห็น
 
นอกจากความแปลกใหม่ของสินค้าที่ได้แล้ว ความคิดสร้างสรรค์ในศิลปหัตถกรรมเหล่านี้ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าทำให้สามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในชุมชนมากขึ้น ตุ๊กตาดินเผาบ้านป่าตาลได้รับความนิยมในการนำไปตกแต่งบ้านและสวน เนื่องจากสินค้ามีความสวยงามน่ารักและ มีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นต่างสะดุดตาและชอบในความน่ารัก ตุ๊กตาดินเผาของหมู่บ้านป่าตาลจึงเป็นที่นิยมชมชอบและเป็นที่ต้องการของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ 
 
ชื่อตุ๊กตาดินยิ้มนั้นชาวหมู่บ้านป่าตาลได้ตั้งขึ้นร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในปี พ.ศ.2552 โดยเป็นการดึงเอาจุดเด่นของงานปั้นจากบ้านป่าตาลที่สามารถเรียกความสุขจากผู้พบเห็นได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าตุ๊กตาทุกตัวจากบ้านป่าตาลนั้นล้วนมีแต่รอยยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตารูปใดก็ตามก็จะเห็นแต่รอยยิ้ม ถึงแม้ว่ารอยยิ้มแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดนั้นก็สามารถสื่อถึงความอารมณ์ดีของผู้ปั้น และยังทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นยิ้มออกมาได้ เป็นที่น่ามหัศจรรย์ที่ตุ๊กตาดินเผาตัวเล็ก ๆ เพียงตัวเดียวนั้นจะสามารถสร้างรอยยิ้ม และทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นอารมณ์ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ คำขวัญของบ้านป่าตาลจึงตั้งขึ้นว่า “ มหัศจรรย์ดินยิ้ม ” 
 
 


กลับหน้าเดิม กลับขึ้นด้านบน